ธุรกิจ การลงทุน การขายของ ผู้ใดกันแน่บ้างทำแล้วไม่ได้อยากสำเร็จ

แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกธุรกิจจะต้องพบเป็น คู่ต่อสู้” รวมทั้งการดำเนินธุรกิจในแบบอย่างที่เรียกว่า Blue Ocean (น่านน้ำสีฟ้าอันเป็นการบุกเบิกสิ่งที่ยังไม่ค่อยมีผู้ใดทำนั้น เกิดเรื่องยาก ซึ่งถ้าเกิดมัวแต่หาอยู่ก็ไม่แน่ว่าจะทันคนใดกันเขาไหม หากแม้ยังเพียงพอได้โอกาสก็มักเป็นในกรุ๊ปเทคโนโลยี หรือสิ่งใหม่ แม้กระนั้นมันก็ไม่ง่ายแล้วก็ไกลตัวสำหรับผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย

อีกส่วนหนึ่งส่วนใด ธรรมชาติของ Blue Ocean แม้กระทั่งหาพบก็จะกอบโกยได้ไม่นาน (ไม่ทันได้รับประทานก็มีคู่ต่อสู้จะตามมา โดยเป็นอย่างมากในบ้านพวกเรา ถ้าเกิดจุดกระแสอะไรติด คนคิดกระทำตามมีมากมายก่ายกอง ซึ่งการเลียนแบบก็มี ต้นแบบหมายถึงลอก กับ ต่อยอด ถึงแม้แบบข้างหลังจะเกิดเรื่องที่ดี เพราะว่าส่วนใดส่วนหนึ่งสามารถช่วยปรับปรุงแวดวงนั้นๆไปในตัว เพิ่มค่าการตลาด (Market Size) ได้

แม้กระนั้นก็จัดว่ายังเป็นส่วนน้อยนักที่คิด ต่อยอด” โดยมากจะเข้ามาเอาอย่าง เพียงแค่ขอส่วนแบ่ง ยิ่งในธุรกิจเล็กผลิตภัณฑ์เล็กราวกับเข้ามารุมทึ้งแล้วคายหนี จนถึงช้าอด แยกย้ายกันไป มีให้มองเห็นประจำ

เพียงแค่ได้ไปต่อ..
ยุทธวิธีธุรกิจ อาจมีมากไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ว่าหากเป็นเฉพาะอุบายการประลอง (Competitive Strategy) โดยหลักการก็อยู่บน เรื่องเป็น ความไม่เหมือน (Differentiation) และก็ เงินลงทุน (Cost) หรือราคาขาย ที่ลูกค้าแตะต้องได้ พวกนี้ว่ากันตามหลักทฤษฎีตำราเรียน ที่สุดด้านหลังสำคัญกว่าเป็นเอามาใช้ยังไง

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหลัก หรือเฉพาะทาง ภาพรวมก็อยู่ที่ การเลือก” ราวกับในหนังสือ Playing to win และก็การปรับใช้ที่ว่ากันในความเป็นจริงแล้วยากกว่า ไม่เช่นนั้นผู้ใดก็คงจะทำกลอุบายเช่นกันแล้วเสร็จได้หมด โดยที่ศีรษะหัวใจสำคัญบางทีอาจอยู่ที่การ พินิจพิจารณาเหตุการณ์” ให้เป็นเพียงเท่านั้นก็ได้

เป็นที่รู้กันว่าหากในธุรกิจใหญ่อาจมีสาเหตุ ข้อมูลด้านต่างๆหรือฐานข้อมูลมากพอที่จะพินิจพิจารณาหรือเดาแนวโน้มหลายเรื่องได้ดีมากว่า แม้กระนั้นในธุรกิจเล็กนั้น บางคราวมันบางทีอาจยากเหลือเกินที่จะเห็นภาพชัดหรือหาต้นสายปลายเหตุซึ่งสามารถสร้างไม่เหมือนกันได้ โดยเหตุนั้นบางเวลาพวกเราบางทีอาจคิดกล้วยๆตรงเพียงแค่ว่า ทำเช่นไรให้พวกเรา ได้ไปต่อ

วิ่งแข่งขัน
คนที่มีประสิทธิภาพ พินิจพิจารณาคิดแผนมาดี ย่อมได้โอกาสก้าวหน้าได้เร็ว เปรียบเหมือนผู้ที่พร้อมสู้ในสนามใหญ่ มีสิทธิ์ มีสมรรถนะ ที่จะวิ่งแข่งขัน แล้วก็อยากได้ชัย

การลงแข่งขันวิ่งแล้วชนะ ย่อมสำเร็จทดแทนที่เหนือใครๆแต่ว่ามันก็แลกเปลี่ยนมาด้วยการลงทุน ลงแรง และก็ความพร้อมเพรียงในหลายด้าน เพราะว่ามันเป็นการแข่งขันชิงชัยในแบบหนึ่ง วิธีการทำธุรกิจก็เช่นเดียวกัน แม้แข่งชนะเหนือคู่ปรปักษ์ ผลตอบแทนย่อมยอดเยี่ยมขายที่สูง และก็ผลกำไรที่มากกว่าผู้ใดกันแน่ตามมา

จะต้องรู้เรื่องสภาพการณ์ตนเองให้ดี เสมือนที่กล่าวว่าหัวใจบางทีอาจอยู่ที่ พินิจพิจารณาเหตุการณ์

หาเปรียบเทียบว่า วิธีการทำธุรกิจสิ่งที่จะต้องได้มาเป็น ผลกำไร” แล้วก็การบริหารร่างกายสิ่งที่จะต้องได้เป็น ความแข็งแรง” ธุรกิจถึงแม้ไม่ยิ่งใหญ่ก็สร้างฐานะหล่อเลี้ยงครอบครัวได้.. การวิ่งหากแม้แพ้ก็แข็งแรงได้.. เหมือนกัน

ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยทำธุรกิจเพียงแค่เพื่อหารายได้ สร้างฐานะ แน่ๆว่าความมั่นคง ร่ำรวยเป็นอนาคต เสมือนพวกเราออกวิ่งไม่ใช่แค่เพียงจำเป็นต้องชิงชัยในสนาม แต่ว่าเพื่อ บริหารร่างกาย เพื่อสุขภาพ ซึ่งบ่อยมากสุขภาพทางด้านการเงินและก็ทางร่างกายก็คล้ายคลึงกัน เป็นทำให้พวกเรามีชีวิตที่ดีได้

ผู้ชนะ
แต่ว่าหลายคิดเพียงว่า วิ่งไปก็สู้เขามิได้ พวกเราวิ่งช้า พวกเราวิ่งไม่เก่ง ราวกับ ทำธุรกิจนี้ไม่น่าจะร่ำรวย หรือพวกเราทำมามองไม่เห็นมั่งคั่ง คนอื่นๆทำร่ำรวยกว่า ถ้าหากแบบนี้ก็คล้ายกับ วิ่งไม่นานก็เลิก ทำธุรกิจไม่นานก็ทิ้ง.. จุดเด่นอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากไม่คิดว่า การประลองสนามแรกเป็นแข่งขันกับตนเอง

เนื่องจากโดยความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะแข่งขันแบบไหน หากแพ้ใจตนเองมันก็ล้มเหลวได้หมด นักวิ่ง ชนะหนึ่งครั้งใช่ว่าชนะตลอดกาล จำเป็นต้องพร้อมที่จะยืนขึ้นมาฝึกใหม่ เพื่อจะชนะหนต่อไปให้ได้ เช่นเดียวกัน ผู้ที่วิ่งบริหารร่างกาย วันนี้วิ่ง วันพรุ่งไม่วิ่ง หรือยิ่งวิ่งยิ่งน้อยกว่าเดิม แบบนี้ก็ลดน้อย อาจจะไม่ใช่การผลิตร่างกายที่ดี

ที่สุดแล้วถ้าหากมองดูให้ดีก่อนที่จะมี นักวิ่งแข่ง” หรือเปลี่ยนเป็นนักแข่งขันได้ เขาย่อมจะต้องเป็นผู้ที่ ออกวิ่ง” ปกติมาก่อน ก็เลยรู้ดีว่าตนวิ่งเก่ง แล้วก็เขาย่อมจะต้องวิ่งวันนี้ให้ดีมากกว่าเมื่อวานนี้ ก็เลยเจริญรุ่งเรืองไปแข่งขันได้ และก็แม้ว่าจะไม่ถึงกับว่าแปลงเป็นนักแข่งขันได้ แต่ว่าความสม่ำเสมอย่อมทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรงดีมากยิ่งกว่าคนธรรมดาทั่วไป

คนทำมาค้าขายก็ด้วยเหมือนกัน ถ้าเกิดคิดเพียงแค่ว่า ความมีชัยเป็นผลกำไร ถ้าเกิดวันนี้ยังมีผลกำไร พวกเราเป็นผู้ชนะ ถ้าหากวันไหนไม่มีหมายความว่ากำลังลดน้อย เมื่อใดก็ตามที่พวกเรามีผลกำไรเพียงพอ สม่ำเสมอ เมื่อนั้นเป็นผู้ชนะ เนื่องจากว่าถึงบางบุคคลเคยเป็นนักวิ่งแข่งเก่งเพียงใด วันหนึ่งหยุดวิ่งไม่ทำอะไร ร่างกายก็อ่อนแอ สิ่งที่เคยมีก็ไม่มีค่า ทำมาก็เสียเปล่าได้เหมือนกัน

ผู้ชนะ” ก็เลยไม่จำเป็นที่จะต้อง วันนี้ ที่นี้ สนามนี้ แม้กระนั้นจำต้องชนะได้ตลอดกาล ในวันที่พวกเรายังวิ่งได้ หรือในวันที่ธุรกิจยังคงมีผลกำไร หรือไปต่อได้ โน่นเป็นวันที่ความมีชัยแล้ว

ส่งท้าย ในตอนนี้ (เขียนกลางปี 2021) ภาพรวมเศรษฐกิจลดน้อย จากวิกฤติวัววิด จริงๆหลายธุรกิจเริ่มมองเห็นสัญญาณไม่ดีมาก่อนแล้ว สังคม การบ้านการเมือง ล้วนไม่ผลักดันในรูปภาพรวม ส่วนหนึ่งส่วนใดนี่ก็เป็นบทพิสูจน์ให้พวกเราได้มองเห็นตนเองว่า ถ้าเกิดผ่านเดี๋ยวนี้ไปได้ ก็จะเหลือแค่ผู้ชนะแล้วด้วยเหมือนกัน